บทที่ 5 แม่กระต่ายน้อย

บทที่5

แม่กระต่ายน้อย

ฟ้าใสเมื่อไปถึงโต๊ะก็รีบแทรกตัวนั่งลงมุมในสุดของโซฟา หวังใช้ความมืดช่วยซ่อนตัวจากผู้ชายหน้าดุคนเมื่อกี้ ทว่าความกระอักกระอ่วนใจระลอกใหม่ก็พุ่งเข้ามาอีกครั้งเมื่อก้มมองบนโต๊ะ เมื่อพนักงานชูป้ายเมนูแอลกอฮอล์นำเสนออย่างคล่องแคล่ว ก่อนที่เพื่อน ๆ ในกลุ่มจะผลัดกันสั่งเหล้านอกดีกรีแรงและมิกเซอร์ชุดใหญ่มาลงเต็มโต๊ะราวกับเป็นเรื่องปกติ

ฟ้าใสเบิกตากว้างมองภาพนั้นด้วยความตกใจ ลำพังแค่ก้าวขาเข้ามาเธอก็ผิดกฎหมายร้านเต็มประตูแล้ว ยิ่งต้องมานั่งร่วมวงน้ำเปลี่ยนนิสัยพวกนี้ สมองก็แทบจะสั่งให้ลุกหนีทันที...

ในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันคนอื่น ๆ บรรลุนิติภาวะกันหมดแล้ว แต่สำหรับเธอ... มันไม่ใช่เลย เพราะเป็นเด็กดี และเรียนเก่งระดับหัวกะทิมาตั้งแต่เด็กจึงเป็นที่รักของคุณครู เธอสอบและเรียนข้ามชั้นจนได้เข้ามหาวิทยาลัยก่อนเกณฑ์อายุจริง

ความจริงข้อนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำความผิดมหันต์และขัดต่อศีลธรรมในใจอย่างที่สุด

“เอ้า! ยัยคุณหนูฟ้าใส นั่งทื่อเป็นก้อนหินทำไมล่ะแก!”

เสียงแป๋นของเกรซทำลายความคิดในหัวของฟ้าใสลง ซึ่งเกรซไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่าเพื่อนแอบขโมยบัตรประชาชนพี่สาวมาและพกความอึดอัดไว้เต็มอก เธอตะโกนแข่งกับเสียงเบสที่ดังก้องจนแสบแก้วหู พลางยื่นแก้วเหล้าผสมมิกเซอร์สีเข้มเขย่าแล้วจ่อมาตรงหน้าฟ้าใสทันที

“ชนแก้วหน่อยพวกเรา! หมดแก้วประเดิมความเป็นเพื่อนเว้ยยย!”

เสียงเชียร์คะยั้นคะยอจากเพื่อนทั้งโต๊ะดังขนาบข้าง บังคับให้มือบางที่สั่นเทาไม่มีทางเลือก จำต้องเอื้อมไปรับแก้วเหล้ามาถือไว้ด้วยความจำยอม

“เอาดื่ม แด่ชีวิตเฟรชชี่ปีหนึ่ง!” เกรซตะโกนแข่งกับเสียงเพลง ก่อนจะเหลือบตามองฟ้าใสที่ยังคงนั่งนิ่งเป็นหิน

“ดื่มซิวะ” จากนั้นจึงยื่นแก้วเหล้าของตัวเองขึ้นมาจ่อปากเพื่อน ในขณะที่คนอื่น ๆ พากันกระดกเครื่องดื่มเข้าปาก ประหนึ่งคุ้นชินกับกลิ่นและรสชาติของมันดี...

เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน บรรยากาศในผับกำลังได้ที่ เพลงจังหวะเร้าใจ เร่งอารมณ์ความสนุกสนานของนักท่องเที่ยวจนถึงขีดสุด เพื่อน ๆ ของฟ้าใสเริ่มเมามายและออกไปยืนแดนซ์กันอย่างสนุกสนาน เหลือเพียงฟ้าใสที่นั่งเฝ้าโต๊ะคอยดูแก้วให้เพื่อน เธอกำลังคิดในใจว่าอีกสักครึ่งชั่วโมงจะขอตัวกลับหอพัก...

ทว่าสำหรับฟ้าใส... ความวุ่นวายยังไม่จบลงแค่นั้น

“อีฟ้าใส! มึงอยู่นี่เองเหรอ!”

เสียงแผดแหลมดังแทรกเสียงเพลงจนแขกโต๊ะข้าง ๆ ถึงกับหันมามองด้วยความงุนงงปนตกใจ ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนฟ้าใสสะดุ้งสุดตัว เหงื่อผุดขึ้นตามรูขุมขน หน้าสวยหวานซีดเผือด เมื่อเห็นว่าเป็น ‘พลอยใส’ พี่สาวลูกติดของแม่เลี้ยงในชุดเดรสรัดรูป บุกฝ่าการ์ดฝ่าฝูงชนเข้ามาถึงโต๊ะ โดยมี ‘แม่ดวงใจ’ ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดินนวยนาดตามมาติด ๆ

ยังไม่ทันที่ฟ้าใสจะได้อ้าปากอธิบาย มือของพลอยใสก็พุ่งเข้ามากระชากที่ต้นแขนเรียวอย่างแรงจนฟ้าใสไถลไปกับโซฟา แล้วพยายามทรงตัวกลับมา ในขณะที่เพื่อนคนอื่น ๆ มองตาค้าง ยืนเงียบเหมือนโดนยาสั่ง

“พี่พลอย... คุณแม่... มาได้ยังไงคะ...”

น้ำเสียงตะกุกตะกักเอ่ยถามด้วยความตกใจ

ฟ้าใสไม่ใช่คนสร้างปัญหา แม้ต้องทนรับแรงกดดันจากสองแม่ลูกมาตลอด เธอมักจะระวังตัวเสมอ ไม่เคยเปิดช่องให้อีกฝ่ายเล่นงาน

แต่ครั้งนี้เธอพลาด และความผิดพลาดกำลังทำให้เธอตกเป็นจำเลยให้สองแม่ลูกระบายความโกรธใส่ แค่คิด หัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงด้วยความหวาดหวั่น...

“ถ้าไม่ตามมา จะรู้เหรอว่าแอบขโมยบัตรประชาชนฉันเอามาเข้าผับ! เพิ่งขึ้นปีหนึ่งก็หัดเป็นเด็กใจแตก อยากเห็นน้ำหน้าพ่อนัก... อยากให้ลูกสาวได้เรียนสูง ๆ เหมือนคนอื่น แล้วเป็นไงละ น่าขายหน้านัก!”

พลอยใสแผดเสียงลั่นร้านอย่างไม่ถนอมความรู้สึกของน้องสาว โดยมือเรียวจิกกระชากกระเป๋าเป้พวงกุญแจหมีน้อยของฟ้าใสมาเทคว่ำลงบนโต๊ะจนของในกระเป๋ากระจัดกระจายร่วงหล่นเกลื่อนพื้น

“ดูมันทำสิคะคุณแม่! หน้าตาซื่อ ๆ แต่แอบอ้างชื่อหนูมามั่วในที่แบบนี้ แม่จัดการดัดนิสัยมันเลยแม่!” มือคุ้ยเขี่ยหาสิ่งของที่ต้องการ ปากก็แว้ด ๆ หันไปขอแรงเสริมจากผู้เป็นแม่ที่ยืนรอจังหวะอยู่แล้ว

“นี่ไงแม่ บัตรหนู” พร้อมยกบัตรประชาชนขึ้นมาประจานชูหราต่อหน้า

“ฮือ... ไม่ใช่นะคะ พี่พลอยใส ฟ้าขอโทษ...” ฟ้าใสทรุดลงไปร้องไห้โฮบนพื้น มือเรียวสั่นเทาพยายามก้มเก็บข้าวของที่หล่นกระจายด้วยความอับอาย

ทว่าพลอยกลับไม่ยอมจบแค่นั้น ความอิจฉาที่สะสมมานานทำให้เธอสาวเท้าเข้าหาแล้วใช้ปลายรองเท้าส้นสูงเขี่ยกระแทกมือของฟ้าใสอย่างแรงจนปากกาและสมุดบัญชีเล่มเล็กกระเด็นไปคนละทิศละทาง ไม่หนำซ้ำ แม่เลี้ยงอย่างดวงใจยังถลันเข้าไปกระชากคอเสื้อยืดของฟ้าใสจนตึงเปรี๊ยะ บังคับให้เด็กสาวต้องเงยใบหน้าที่เปียกปอนด้วยน้ำตาขึ้นมา...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป